IRONMAN

หนังแอ็คชั่นIron Man 1หนังยอดฮิต

ไอรอนแมน1

วันนี้นักเขียนจะมารีวิวหนังซูเปอร์ฮีโร่สุดสนุกของค่าย Marvel ที่มีชื่อว่า Iron Man (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) กำกับการแสดงโดย จอน แฟฟโรว์ เป็นหนังแนวแอคชั่นซูเปอร์ฮีโร ที่กวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 585.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงนำโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ สวมบท (โทนี่ สตาร์ค),กวินเน็ธ พัล โทรว์ สวมบท (เปปเปอร์ พอเพียงต),เจฟฟ์ บริดเจ็ดส์ สวมบท โอบาไดห์ สเตน (คุณลุงของโทนี่ สตาร์ค) เทอร์เรนส์ โฮวาร์ด สวมบท นาวาอากาศโท เจมส์ โรดส์ (เพื่อนสนิทของโทนี่ สตาร์ค) จอน ฟาฟาโร สวมบท แฮปปี้ โฮแกน (บริการ์ดผู็สุจริตของโทนี่ สตาร์ค) และก็ศิลปินสมทบอีกเยอะมากที่จะมาสร้างความสนุกสนานให้กับคุณในหนังแอคชั่นสุดสนุกเรื่องนี้
ไอรอนแมน1 1-1
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อผู้แสดงนำชายของเรื่อง โทนี่ สตาร์ค (ไอรอน แมน) ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายบุกโจมตีระหว่างเดินทางกลับจากการไปโฆษณาอาวุธใหม่ที่เขาได้ทำขึ้น จนได้รับเจ็บปางตาย พวกผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายได้ยื่นข้อเสนอให้เขาสร้างอาวุธที่รุนแรงให้ ช่วงแรกโทนี่จะไม่ยินยอม แต่หมอที่ถูกพวกก่อเหตุร้ายจับไว้ได้ช่วยพูดกระทั่งเขายอม แต่เรื่องจริงแล้วโทนี่ได้แอบสร้างชุดเกาะมหาประลัยขึ้น โดยได้หมอที่ถูกผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายจับไว้เป็นผู้ช่วย ทั้งสองตกลงกันว่าจะร่วมมือกันเพื่อหนีออกไปจะเรือนจำ แต่เหตุการณ์ไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิด เพราะในขณะที่ชุดเกาะกำลังจะเสร็จ พวกผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายได้กำเนิดความสงสัยและก็ได้เพียรพยายามที่จะบุกเข้ามา เวลานี้หมอที่คอยช่วยโทนี่ ได้ยอมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใช้ตัวเองทำให้เสียเวลาพวกผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายไว้ เพื่อการทำชุดเกาะเสร็จ ภายหลังที่ชุดเกาะเสร็จ โทนี่ก็ได้พบหมอในสภาพเจ็บหนัก ภายหลังที่คุยกับโทนี่ไม่กี่คำหมอก็สิ้นใจตาย ทำให้โทนี่กำเนิดความโมโหกระทั่งบุกโจมตีพวกผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายอย่างบ้าคลั่ง และก็ได้ใช้ไอพ่นจากชุดเกาะพุ่งทะยานตัวหนีจากเรือนจำได้เสร็จ ไอรอนแมน 1

ไอรอนแมน1 1-2

จุดเด่นของหนังเรื่อง IRONMAN มหาประลัยคนเกราะเหล็กก็คือ ในด้านซีจีและก็สเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ทำออกมาก้าวหน้ามากมายๆได้แก่ในฉากตอนสวมชุดเกาะ และก็การบินไปกลางอากาศและก็ฉากการต่อสู้ในแต่ละฉาก ซึ่งทำเป็นเยี่ยมจับผิดไม่ได้เลย รวมถึงการเดินเรื่องตั้งแต่ต้นกระทั่งจบ ก็มีความกระจ่างดูแล้วเข้าใจง่าย และก็ด้านดนตรีประกอบฉากก็ทำออกได้สนุกสนานสนุกเร้าใจ และการสอดแทรกคำพูดตลกของหนังที่มีให้มองอยู่เสมอๆทำให้ดูแล้วไม่เครียด ได้แก่ ฉากที่โทนี่เถียงกับพวกหุ่นยนต์ตอนสร้างชุดเกาะดูแล้วตลกขบขันมากมาย

ข้อตำหนิของหนังก็คือ ไม่ชอบการให้บทกับโทนี่ สตาร์คจะต้องมีเตาปฏิกรอาร์คอยู่ในหน้าอก มันทำให้ดูแล้วห่อเหี่ยวและก็น่าสังเวชมากมายๆที่จริงแล้วไม่ต้องมีก็ได้ และก็ข้อตำหนิอีกข้อก็คือ ผู้แสดงนำชายน่าจะเก่งกว่านี้เพราะเท่าที่มองกว่าจะชนะได้ปางตาย

สรุปภาพรวมของหนังเรื่อง IRONMAN มหาประลัยคนเกราะเหล็ก เป็นหนังแอคชั่นที่สนุกและก็สนุกสนานมากมายๆไม่ว่าจะเป็นในด้านการดำเนินเนื้อเรื่องที่ชักชวนให้ติดตาม บวกกับซีจีและก็สเปเชียลเอฟเฟกต์จัดว่าทำออกมาก้าวหน้าแจ๋วมากๆสมแล้วที่สร้างรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครผู้ที่ชอบดูหนังซูปเปอร์ฮีโร่ของค่ายMarvel จึงไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้เด็ดขาด

IRONMAN

มหาประลัยคนเกราะเหล็ก

 

ดาบมังกรหยก2009

ซีรีส์สนุกๆReviewดาบมังกรหยก 2009

The Heaven Sword and Dragon Saber (2009)

เราเคยมองมา 2 เวอร์ชั่น แม้กระนั้นเนื่องจากเราเป็นวัยรุ่น เลยชอบเวอร์ชั่น 2003 ที่สุด ที่ซูโหย่งเผิงเป็นพระเอก เจียจิ้งเหวินเป็นนางเอก ผู้แสดงสวยหลายคน บทก็เด่น คำกล่าวมีอถรรส ซาบซึ้งใจ บางเวลามีมุกขำๆบ้าง ฉากบู๊ก็มองบันเทิงใจ ฉากรักก็ซึ้งซาบซึ้งใจ
แม้กระนั้นเวอร์ชั่นนี้ ที่เติ้งเชาแสดงเป็นเตียบ่อกี้ อันอวี่เซียนแสดงเป็นเตี๋ยเมี่ยง มองมาเกือบจะครึ่งเรื่อง ห่วยแตกหลายมิติจริงๆ
เริ่มจาก…1.เตียบ่อกี้ เราว่าเขาเค้าหน้าไม่ดี และก็ขาดเสน่ห์สำหรับเพื่อการแสดงนะ การติดต่อสื่อสารทางสายตายังไม่ได้ บางบทควรแสดงอารมณ์ก็ดันแข็งทื่อๆซะงั้น บทสนทนาไม่เอาไหนเลย บทบู๊ก็พอหยวนๆได้ ไม่ค่อยเหมาะสมจะเป็นเตียบ่อกี้ เนื่องจากรู้สึกซึมๆเฉยๆแข็งมากมายว่าจะอ่อนโยน นุ่มนวล ตามแบบฉบับ…
(เตียบ่อกี้ฉบับซูโหย่วเผิง เขาตัวเล็กก็จริง เค้าหน้าไม่หล่อจัด แม้กระนั้นน่ารักน่าเอ็นดู แววตา แล้วก็บุคลิกลักษณะมีเสน่ห์ เบิกบานใจ ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเพศชายที่อบอุ่น บริสุทธิ์ใจ แล้วก็หวั่นไหวง่าย)
2.เตี๋ยเมี่ยง พึ่งได้มองเห็นไม่กี่ฉาก ยังติติงไม่ได้มากมาย แม้กระนั้นหากเทียบเค้าหน้า ก็ยังไม่สวยพอ ออกมาตอนแรกๆมองโหดเหี้ยม เจ้ายศเจ้าอย่าง เย็นชา วางท่าๆอย่างไรไม่ทราบ
(เตี๋ยเมี่ยงฉบับเจียจิ้งเหวิน ให้ความรู้ความเข้าใจสึกปลิ้นปล้อน แสบ หัวหมอ แม้กระนั้นยังซ่อนเร้นความซน น่ารักน่าเอ็นดู มีเสน่ห์ เรามองเห็นนางเอกแล้วรู้สึกเฉยๆอ่ะ ไม่ชื่นชอบ)

The Heaven Sword and Dragon Saber (2009) 1
3.จิวจี้เยี๊ยก เราว่าคนนี้งามนะ บางทีอาจมองมีอายุไปหน่อย การแสดงใช้ได้เลย เทียบกับเกาหยวนหยวน เราว่าก็โอเค ชอบแบบทั้งสองคนเลย
4.ฮึงลี้ เวอร์ชั่นนี้เหมือนกับเด็กบ้าๆบอๆ ปุ๊กหุ่ย น่ารักน่าเอ็นดูใช้ได้ เพื่อนเจียว ก็พอผ่าน (แม้กระนั้นชอบคนก่อนมากกว่า)
5.เหล่าพลพรรคเม่งก่า เค้าหน้าแต่ละคน จำเป็นต้องกล่าวว่าเทียบเวอร์ชั่นก่อนไม่ได้จริงๆสำนักบู๊ตึ๊งน่าผิดหวังมากมายๆๆๆเอาชุดฉ้วนจินก่าของภาคจอมยุทธอินทรีมาใส่เพราะอะไร แม่ชีไม่กจ้อจะสาวไปไหน เตียซำฮงน่าสยองไปนะ มองขาดๆเกินๆทั้งปวงเลย
6.ป่วยไข้กับบทสนทนามากมาย เทียบกับเวอร์ชั่น 2003 แล้ว คำกล่าวยังมีเสน่ห์ เสนาะหูกว่ามากมาย บทสนทนาหลายประโยคของประเด็นนี้ ใช้ไม่ได้เลย เหมือนไม่ใช่หนังจีนดาบมังกรหยก

7.ฉาก ภาพพื้นข้างหลัง เอฟเฟคต่างๆมันค่อนข้างจะจินตนาการโอเว่อร์ไปแล้วล่ะ แบบธรรมดายังมองน่าสนุกกว่าอีก
8.บท เปลี่ยนแปลงหลายฉากเช่นเดียวกัน ก็เข้าใจว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง แม้กระนั้นเราว่ามันเว่นเว้อ ไม่จบสิ้นไปแล้วล่ะ ตัดต่อได้ไม่สนุกสักเท่าไหร่
รู้ว่าเวอร์ชั่นนี้ ทุนสร้างต่ำที่สุด แม้กระนั้นการเลือกเฟ้นผู้แสดงคงจะเอาที่ดีมากยิ่งกว่านี้มาได้นะ มองไปก็บ่นไป (บางเวลาก็ขำกลิ้ง) แม้กระนั้นเนื่องจากเป็นแฟนตัวยง เลยจำเป็นต้องมอง
ใครเป็นอย่างเราบ้าง มาเมาท์กัน อย่าว่าเรามากเรื่องนะ พี่ชายเราก็คอกำลังภายใน มองพร้อมกับเรา ยังส่ายหัวดูเหมือนจะทุกตอน

ดาบมังกรหยก

The Heaven Sword and Dragon Saber

 

Avengers Endgame

หนังน่าดูรีวิว Avengers: Endgame

Avengers ENDGAME 1

ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะถือว่ามากมายหรือน้อยมากแค่ไหน ถือได้ว่าเป็นการสปอยล์หนังหรือเปิดเผยรายละเอียดสำคัญของเรื่องหรือเปล่าแล้วก็เช่นไร ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานกำกับของสองญาติพี่น้องรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างโทนโท่ว่า นี่คือตอนจบหรือบทสรุปของอภิมหาตำนานคุ้มครองปกป้องจักรวาลแล้วก็โลกของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ (นับปริมาณไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นแล้วก็กล่อมเกลี้ยงมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งนั้น 22 เรื่อง

แล้วก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้ไม่ยากก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการถักต่อรายละเอียดของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่แทบจะไม่หลงเหลือความมุ่งหวังอะไรก็แล้วแต่ให้กับผู้ชมอเวนเจอร์ 4

กล่าวสรุปอย่างย่นย่อ เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ทั้งทีมอเวนเจอร์สแล้วก็ทีมกัปตันอเมริกา (ซึ่งบาดหมางในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) จบลงด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตนเองนอกโลก แม่ทัพนายกองหลายท่านจะต้องเปลี่ยนภาวะเป็นเถ้าผง ด้วยเหตุว่าพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมคนร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับไว้ด้วยอัญมณีครอบครองโลกทั้ง 6 ก้อน หรือแม้จะกล่าวให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ราวๆครึ่งค่อนที่ม้วยมรณามรณา แต่ครึ่งหนึ่งของทุกๆชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จะต้องพลอยล้มหายตายจากไปด้วย จากแนวนโยบายอันโหดเหี้ยมแล้วก็เหี้ยมโหดอำมหิตของจอมบงการธานอส ผู้ซึ่งคิดว่าโน่นเป็นแนวทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลคืนสู่ความสมดุลแล้วก็อยู่รอด

Avengers ENDGAME 2

เอาง่ายๆในทางของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีทางเลือกมากสักเท่าไรนัก นอกจากเก็บองค์ประกอบที่หักพังทลายแล้วก็แตกร้าวจากภาคก่อนหน้า แล้วก็เบาๆนำมาประสานให้เข้าที่ แล้วก็ในขณะการเริ่มต้นกล่าวถึงรายละเอียดของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยเงื่อนหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกแล้วก็กระบวนการที่คนทำหนังพาเหล่านักแสดงออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า แล้วก็เป็นจุดเริ่มแรกของในตอนนี้ นอกจากไม่ได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน หรือระบุให้เด่นชัดอีกนิด จุดเริ่มแรกรายละเอียดของ Avengers: Endgame ไม่ได้มีสถานะเป็นความลับพอๆกับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้สร้างก็ทิ้งเงื่อนงำไว้ใน End Credit ของขณะที่แล้วพอสมควร แล้วก็เชื่อได้ว่าไม่ได้เกิดเรื่องเหนือการคาดการณ์สำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักมากแค่ไหน แม้กระนั้นกันตามจริง คนทำหนังจะต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อเรื่องดำเนินไปต่อได้ หัวข้อก็เลยอยู่ที่ว่ามันดูแนบเนียนแล้วก็สมเหตุสมผล หรือเป็นเพียงแต่การทรยศคนดูอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็คงจะจะต้องพูดว่าคนทำหนังสามารถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างลอยนวล

Avengers Endgame

อเวนเจอร์ส เผด็จศึก

Vagabond

รีวิวซีรีส์เกาหลีเจาะแผนลับเครือข่ายนรก2019

Vagabond 1 2019

รีวิว Vagabond เจาะแผนลับโครงข่ายเมืองนรก (คลิกรับชมถึงที่กะไว้นี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของประเทศเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมประเทศเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เกิดเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” ดารานำชายที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาต้นเหตุที่ทำให้เรือบินตก ซึ่งเหยื่อผู้โชคร้ายมีถึง 211 คน ไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอด รวมทั้งหลานชายเขายอดเยี่ยมในนั้น แต่แล้วดารานำชายกลับได้ร่องรอยจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก พบว่ามีชายคนรอดตาย 1 คนจากบนเครื่อง แต่ไม่มีในรายนามผู้โดยสารว่าเป็นผู้ใดกัน ยิ่งตามสืบเท่าไหร่เรื่องราวกลับยิ่งใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคาดการณ์

รีวิวส่วนแรกนี้จะเป็นการรีวิวจาก 8 ตอนแรก ซึ่งซีรีส์นี้มีทั้งสิ้น 16 ตอน (รีวิวต่อจาก 8 ตอนแรกจะอยู่ส่วนท้ายบทความรีวิว) ซึ่งจาก 8 ตอนแรกนี้เรื่องยังไม่ถึงตอนพลิกผันไปแบบที่เปิดมาในตอนแรกว่าดารานำชายดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นนักฆ่าไปแล้ว ซึ่งเรื่องราวจะย้อนกลับมายังจุดกำเนิดของเรื่องทั้งสิ้น ปูให้มีความคิดเห็นว่าดารานำชายกับหลานชายมีชีวิตอยู่กันสองคน รวมทั้งเป็นชีวิตที่ไม่ได้อยู่ดีมีสุขนัก เพราะว่าอาชีพสตันท์แมนของดารานำชายก็ไม่ได้มีรายได้เยอะแค่ไหน แถมท้ายที่สุดก่อนหลายชายขึ้นเครื่องบิน ก็ยังมีดราม่าทะเลาะกันอีก ทำให้เปลี่ยนเป็นเงื่อนใหญ่ในชีวิตที่ทำให้ดารานำชายก้าวถัดไปไม่ได้ หากทำให้ประเด็นนี้เด่นชัด

Vagabond 2 2019

หนังอัดฉากแอ็กชั่นใส่ในเรื่องเยอะมากแทบทุกตอน โดยยิ่งไปกว่านั้นตอนแรกที่ใส่มาแบบจัดเต็ม และโชว์สกิลสตันท์แมน + ฟรีรันนิ่งไล่หลังผู้ร้ายไปทั่วเมืองในประเทศโมร็อกโก ซึ่งทำออกมาได้ระทึกน่าติดตาม แต่ออกแนวคุยอวดเกินจริงมากไปสักหน่อย อย่างฉากที่ดารานำชายโดดลงจากตึก 3 ชั้นมาหยุดรถยนต์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง กลับแทบไม่เป็นอะไรลุกมาบู๊ต่อสดหน้าตาเฉย ซึ่งฉากแอ็กชั่นอีกทั้งเรื่องหากไม่คิดถึงความสมจริงเอาสนุกก็พอเพียงจะหยวนๆไปได้ แต่หากมองความสมจริงหนังเปลี่ยนเป็นโอเวอร์มากเกินไปหลายอย่าง รวมถึงฝั่งตัวร้ายที่ดูแอ็กติ้งการแสดงเหลือเกินจนถึงไม่ทราบสึกน่าเชื่อถือสมหน้าที่ ซึ่งมีทั้งตัวร้ายฝรั่งรวมทั้งประเทศเกาหลีที่ราวกับอีกทั้งเรื่องจะมีคนดีไม่กี่คนเท่านั้น เรียกว่าใส่มามากเกินจนถึงไม่ต้องเดาว่าผู้ใดกันโจร ด้วยเหตุว่าบทแทบจะเล่นแบบเฉลยให้ทราบไปหมดว่าผู้ใดกันเลว แทบไม่ต้องเดาอะไรทั้งมวลvagabond ซับไทย

หนังมีส่วนของการสอบปากคำตามหาหลักฐานต่างๆมาก ถึงแม้ในส่วนเนื้อหาการสอบปากคำกลับเกมฝั่งโจรกับฝั่งดารานำชายจะดูบันเทิงใจดี แต่ราวกับหนังเพียงแค่ตั้งมั่นใส่มาเป็นพล็อตให้มีแอ็กชั่นหรือการไล่ล่าประกอบในตอนเพียงเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จบ ทำลายรวมทั้งรวมทั้งปิดหลักฐานไปง่ายๆไม่ค่อยคิดว่าเรื่องราวมีเก็บงำความลับอะไรไว้สักเท่าไหร่ แถมยังรีบเฉลยอะไรต่างๆแบบไวทุกตอน แต่ก็บางทีอาจจะไม่ใช่สาระสำคัญของเรื่องราวหลัก ด้วยเหตุว่านี่ยังเป็นเพียงแค่ระยะแรกๆเท่านั้น หนังบางทีอาจจะยังมีทีเด็ดอะไรมากกว่าเรื่องราวที่ปูในตอนแรก ด้วยเหตุว่าเปิดเรื่องมาดารานำชายก็เปลี่ยนเป็นนักฆ่าไปแล้ว แตกต่างจากที่ตอนตอนนี้ยังเป็นคนปกติธรรมดาอยู่

(อัพเดท ep7-8) ในส่วนของ EP7-8 จะเล่นเรื่องราวสลับไปมาระหว่างประเทศเกาหลีกับโมร็อคโก รวมถึงมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นทั้งคู่ประเทศนี้พร้อมกัน เป็นการแบ่งงานกับสืบเรื่องราวที่เริ่มใหญ่แย่ลงกว่าเดิมขึ้นเรื่อยในจุดนี้ทำได้ลุ้นแบบเฉียดไปมาตลอด แต่ก็ติดที่ฉากแอ็กชั่นหลายฉากไม่สมจริงสมจังเอามากๆอย่าง EP8 ที่ข้างดารานำชายโดนถล่มล้อมยิงด้วยอาวุธการรบเป็นชุด กลับใช้ปืนพกสู้ยิงสวนได้หน้าตาเฉยเมย แถมรถยนต์ที่ถูกยิงพรุนลูกปืนกลับไม่ถูกคนในรถยนต์เลย ซึ่งจากที่ดูคนสร้างอาจไม่ได้มีความคิดว่าจะมีผลให้สมจริงสมจังอะไรมากอีกแล้ว เรียกว่าเป็นหนังเน้นสนุกระห่ำไว้ก่อนก็พอเพียง ซึ่งหากผู้ใดกันไม่สนใจในจุดนี้ก็จัดว่าหนังทำออกมาได้บันเทิงใจรวมทั้งสเกลใหญ่เกินกว่าซีรีส์ปกติมาก

Vagabond

เจาะแผนลับโครงข่ายเมืองนรก

ดาบมังกรหยก

ซีรีส์น่าดูซีรีส์สนุกๆที่น่าดู

ผมรู้สึกถูกใจเวอร์ชั่น2019มากมายๆไม่ด้อยไปกว่า2003หรือ2009 หรือผมถูกใจนิยายหัวข้อนี้อยู่และไม่เคยทราบเลยมองได้ทุกเวอร์ชั่น 5555+
มองถึงตอน22ถือว่าครึ่งเรื่องละ สร้างออกมาได้ตรงกับบทกลอน80-90%
บทต่างๆก็ทำได้พอดี บางจุดห้วนกระชับไปหน่อยแต่ก็หยวนๆไปละกัน จุดที่เสริมเข้ามาก็ไม่ยืดเยื้อมากมาย
ตัวนำหญิงทุกคนสวยระดับเป็นนางเอกหนังเรื่องอื่นได้เลย ดูแล้วเหมือนเอานางเอกหนังหลายๆเรื่องมารวมในเรื่องเดียวกัน
ดาราผู้อื่นก็เล่นดี เอิ้ยเซียว(หยางเซียว)บทเด่นกว่าทุกเวอร์ชั่น
ฉากต่อสู้เบื่อตรงที่มักจะทำฉากสโลวหลบแบบจวนเจียนบ่อยเกินไป เหมือนมัวแต่มุขเดิมมาใช้ นอกเหนือจากนั้นก็โอเค
ซีจีทำเป็นคลื่นลมปารณก็ถือว่าไม่เวอร์เกินความจำเป็น ไม่มีปลดปล่อยฝ่ามือระยะไกลระเบิดตูมตามแบบเวอร์ๆ
แต่กระบี่มังกรหยก2019รู้สึกกระแสเฉยๆในพันทิปก็ไม่ค่อยมีหัวข้อพูดถึง ในเวลาที่มังกรหยก2017ออกฉายกระแสบูมมากมายๆ
สงสัยคนถูกใจมังกรหยก1-2มากกว่ากระบี่มังกรหยกดาบมังกรหยก 2019

อันที่จริงแล้วหัวข้อนี้ผมต้องการพูดถึงบทกลอน
ในมังกรหยกอีกทั้ง3ภาค ผมถูกใจกระบี่มังกรหยกมากที่สุด หัวข้อนี้เป็นนิยายลำดับที่9จาก15เรื่องของกิมย้ง ถือว่าอยู่ในช่วงกำลังพีคของผู้แต่ง
ในพันทิปคนชอบพูดถึงมังกรหยก1-2มากกว่า แต่ส่วนตัวผมแล้ว กระบี่มังกรหยก นับได้ว่าเป็นนิยายกำลังภายในที่ใช้ศิลปะการประพันธ์ได้อย่างยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่ของกิมย้ง

เป็นหนึ่งในกระบี่มังกรหยกที่รีเมคออกมาแล้ว ทำได้เด่น ผ่านไปอีก 10 ปีก็น่าจะเป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นที่คนยังชื่นชมกันอยู่ แต่โชคร้ายว่ามีจุดที่ไม่สมูทหลายประเภท ถึงแม้ว่าคิวบู๊จะทำได้ดี แต่ใช้ฉากสโลว์มากมายไป และช่วงท้ายรีบเดินเรื่องจนกระทั่งน่าผิดหวัง ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงเนื้อหาจากนิยายในช่วงท้ายพอเหมาะพอควร แต่ในรูปภาพรวมแล้วถือว่าทำได้สนุกสนาน

ดาบมังกรหยก

The Heaven Sword and Dragon Saber

Friend Zone

รีวิวหนังไทย Friend Zone หนังสำหรับคนชอบเพื่อน

friend zone เต็มเรื่อง

“เป็นเพื่อนกันดีแล้วอยู่แล้วนี่ ?”
หนังอีกหัวข้อของค่าย GDH ที่เข็นข้อความสำคัญโดยในกลุ่มวัยรุ่นออกมาเป็นหนังไม่ขาดสาย ครั้งนี้ก็เอาการเล่าสุดจี๊ดที่หลายท่านพบในตอนวัยรุ่นมาเสิร์ฟอีกเช่นเคย ในตอนเดือนแห่งความรักแบบงี้ เรื่องก็เกี่ยวกับราวของเพื่อนสนิทชายหญิง ปาล์ม-กิ๊ง ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน คอยผลัดกันช่วยเหลือ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คอยอยู่ข้างๆกันมาตลอดจนมหาลัย จนทำงาน
หลังจากเรื่องนึงที่เกิดสังกัดกิ๊ง ทำให้ปาล์มอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง แล้วก็มาคอยดูแลตามภาษาเพื่อนซี้ แต่แล้วเส้นกันบางๆระหว่างคำว่าเพื่อน กับแฟน ที่เริ่มเลือนราง ก็ทำให้ทั้งสองเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณบางสิ่งบางอย่าง ที่ทำให้อะไรๆมันไม่เหมือนเดิม “เฟรนโซน”ที่เคยประกาศกันไว้ชัดเจนเริ่มปรากฎหนทางผ่านผ่าน ระหว่างที่เดินทางไปที่ต่างๆร่วมกันนั้น บางอย่างก็เติบโตในหัวใจของ ปาล์ม แล้วก็กิ๊งมากขึ้นเรื่อยและไม่แน่ว่า เรื่องราวเสี่ยงอันตรายที่ฟันฝ่ากันมาทั้งสิ้นนี้จะก่อให้ทั้งสองได้เริ่มต้นทางแฟนสักครั้ง หรือจบทางเพื่อนกันแน่ !
friend zone เต็มเรื่อง 1-1

ผู้กำกับ : ชยนพ บุญประกอบ (ที่เคยทำเรื่อง เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ, ซักซี้ด ห่วยแตกขั้นเทวดา)
ดารานำ : นาย ณงาม เสียงสมบุญ(ปาล์ม), ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์(กิ๊ง)
(+) ทุกนักแสดงบทสนทนาดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปาล์ม-กิ๊ง ที่คุยกันถูกคอแบบเพื่อน การหยอกต่างๆคำพูดปลอบใจในซีนดราม่า ไม่บอกนี่นึกว่าหนังไม่ใช้สคริป ฟังดูอย่างเป็นธรรมชาติเอามากๆจนเกือบจะแยกไม่ออกเลย
(+) หนังเดินเรื่องบันเทิงใจมีชั้นเชิง บทวางมาดี โดยเป็นการบอกเรื่องราวผ่านการเล่าเรื่องของดารานำชายในงานมงคลสมรส โดยมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสามคนเป็นคนฟัง สไตล์จะเป็นการเดินทางไปหลายๆที่ สลับเล่าย้อนอดีตเป็นปีตั้งแต่สมัยในรั้วสถานศึกษาจนถึงปี 2019 ปัจจุบัน
(+) มุกตลกโปกฮาบอกเลยว่าโคตรโดน แล้วก็จี๊ดทุกอัน เล่นเอานั่งขำกันลั่นโรง เป็นตลกโปกฮาแบบมีชั้นเชิงนะ เอาสิ่งที่ทุกคนเคยพบตอนวัยรุ่น ตอนกำลังจะมีความรัก ตอนถูกทิ้ง หรือถูกเฟรนโซนมาขยี้ได้เด็ดมาก แล้วก็เกือบจะมิได้ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพและหยาบคายเลย
(+) ปาล์ม-กิ๊ง แสดงดีแบบเดียวกันเพื่อนกันมานานมากจริงๆรู้ความลับกันหมดไส้หมดพุง กล่าวคำเดียวก็อ่านกันออกหมดเปลือก ผลัดช่วยเหลือเจือจุนกันมาตลอด friend zone เต็มเรื่อง

friend zone เต็มเรื่อง 1-2

ใบเฟิร์นนี่แสดงท็อปฟอร์มมากเรื่องนี้ ฉากดราม่าก็ทรงประสิทธิภาพแอ็กติ้งล้นเหลือทำเอาซึ้ง รีดน้ำตาซึมไปหลายซีน นางมองอินเสียดูใจเสมือนมีคนทิ้ง มีคนนอกใจมาจริงๆส่วนปาล์มก็เล่นเป็นบทเพื่อนที่แสนดีของกิ๊งได้สุดจัดปลัดบอกจริงๆตั้งแต่ให้ยืมตัง คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ไปไหนร่วมกันตลอด พูดได้ว่าพ่อพระของเรื่องเลยก็ว่าได้
ส่วนกลุ่มเพื่อนสมทบอีกสามคนก็แสดงได้จี๊ดไม่เบา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนุ่มตี๋ สุขพัฒน์ นี่เห็นท่าทางความอินของมึงครั้ง กรี๊ดแตกฮาลั่นกันอีกทั้งโรงเลย ยิ้มเล่นจนสุดสายกันจริงๆ
(+) ทีมงานทำการบ้านมาดีมากมายๆเรื่องเรื่องต่างๆคำพูดจี๊ดๆโดนๆที่วัยรุ่นเคยพบ เคยอยู่ในเรื่องกันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็เป็นจุดเด่นของ GDH อยู่แล้ว
(+) มุมกล้องถ่ายภาพในหนังถ่ายมุมงามดี สีสดสวยสดงดงาม เลือกเวลาแล้วก็โลเกชั่นก้าวหน้ามากมาย ยิ่งตอนที่บินกันไปที่ต่างประเทศนี่ ร้องว้าวเลยจริงๆรู้สึกได้ถึงความลงทุนลงแรงของทีมงาน
(+) หนังประเด็นนี้ให้ข้อความสำคัญข้อคิดดีมาก อีกทั้งความเป็นเพื่อน การดำนงชีพ การเลือกสิ่งที่ดีให้ตนเอง วิธีก้าวผ่านความหวาดกลัวด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ
จากเพื่อนสู่แฟนคือความเคลื่อนไหวที่มีการเสี่ยง ซึ่งผลตอบแทนนั้นก็คุ้มสำหรับบางบุคคล มีทั้งคนที่เจ็บช้ำ แล้วก็สุขสบาย แล้วก็ทำให้รู้ว่าบางเวลา เฟรนโซน ก็มิได้แย่เสมอไป แต่เป็นเพียงแต่การเสนอช่องทางใหม่ๆให้กับเรา ว่าจะทนอยู่แบบงี้ต่อไป หรือยอมตัดใจเดินหน้าไปพบปะกับคนใหม่ๆที่อาจรอคอยอยู่ตรงไหนสักแห่ง
(-) มีตอนที่การเล่าเรื่องเฉื่อยๆนิดๆเพราะเหตุว่าจุดโฟกัสลำดับที่สองนักแสดงเพื่อนคู่หู ปาล์ม-กิ๊ง เยอะเกินไป ผู้ใดที่เกลียดลุค หรือติดอยู่แรกเตอร์สองคนนี้ก็บางครั้งอาจจะเอือมระอานิดๆเพราะเหตุว่าจะต้องพบตลอดทั้งเรื่อง
(-) หนังบางครั้งอาจจะออกแนวเฉพาะกลุ่มไปสักนิด ย้ำให้กำลังใจผู้ที่กำลังตกอยู่ในเฟรนโซน ผู้ใดมีความรักดีอยู่แล้ว บางครั้งอาจจะไม่อินไม่จี๊ด ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิด เท่าผู้ที่กำลังรอคอยเสมือนดารานำชาย
friend zone เต็มเรื่อง 1-3
โดยรวมเอาไป 8/10 เลยแล้วกัน เล่าบันเทิงใจละมุนมากมาย มุมกล้องถ่ายภาพงาม รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถัน ข้อความสำคัญวัยรุ่นมีการค้นคว้ามาอย่างยอดเยี่ยม มุกตลกโปกฮาเจ๋งฮาลั่นแล้วก็จี๊ดทุกอัน การแสดงโคตรดีตีบทแตกละเอียด อินกันชนิดจะเครียด จะร้องไห้กันตามไปอีกทั้งโรง แถมให้ข้อคิดจุใจจนเอาไปนอนกอดที่บ้านได้เลย ถึงจะมีบางประเด็นที่บางครั้งอาจจะจบไม่สะสางไปบ้าง แล้วก็การเล่าเรื่องที่แอบเนือยบางจุด แต่โดยรวมและจากนั้นก็เป็นหนังคุณภาพอีกหัวข้อนึงเลยนะครับ
ผู้ใดตามหนังค่าย GDH อยู่แล้วสมควรไปเก็บให้ครบอย่างมาก หนังค่ายนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ปล. ประเด็นนี้อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความรักที่ดีอยู่แล้ว หรือเปล่าเคยมีปัญหาด้านนี้ เพราะเหตุว่ามีความคิดหลายสิ่งหลายอย่างในหนังที่คุณอาจขัดใจ แล้วก็จะไม่อินเท่าที่ควร

Friend Zone

ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน

Ever Night

ซีรีส์น่าดู Ever Night 1 หนังจีนชุดกำลังภายในที่มีอรรถรสครบอย่างแท้จริง

“สยบฟ้าปราบแผ่นดิน” เป็นคำโคลงของ Mao Ni (เมานี่) หนึ่งในนักประพันธ์นวนิยายจีนออนไลน์แถวหน้าในตอนนี้ และหัวข้อนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ 2 ของเมานี่ที่ถูกทำเป็นซีรี่ส์ เรื่องแรกเป็น “Fighting of the Destiny” ที่ซึ่งพูดได้ว่าสำเร็จงานสร้างชื่อของเขาออกฉายในปี 2017 ส่วนสยบฟ้าปราบแผ่นดินนั้นเป็นเรื่องถัดมาที่ออกฉายในปี 2018 (หัวข้อนี้นั้น เมานี่ ได้รับรางวัล Online Literature Award ในปี 2015 และมียอดคนอ่านออนไลน์กว่า 5,500ล้านวิว) และเรื่องปัจจุบันก็คือเรื่องที่ผมเขียนรีวิวไปก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา “หาญท้าทายชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร” ที่ออกฉายในปี 2019 และในปี 2020 นี้ “สยบฟ้าปราบแผ่นดินภาค 2” ก็เริ่มออกฉายแล้ว จากเพียงนี้บอกเลยว่ามีนักเขียนไม่กี่คนหรอกที่ถูกนำผลงานมาสร้างละครได้ติดๆกันขนาดนี้

แล้ว เมานี่ มีดีอะไรนิยายของเขาถึงเข้าตานัก? จะต้องกล่าวว่านิยายของเมานี่ มักจะมีรายละเอียดที่เยอะแยะแถมเขายังให้รายละเอียดได้ดีสำหรับเพื่อการเขียนด้วย หากจะให้เห็นภาพบางครั้งก็อาจจะลองคิดถึงเรื่อง Lord of The Rings ดูครับผม แค่เขียนนิยายแค่เรื่องเดียว โทลคีน ถึงกับสร้างภาษาเอลฟ์ขึ้นมาใช้เองอย่างยิ่งจริงๆ มีหมดทั้งตัวอักษร ทั้งยังคำอ่านอะไรทำนองนั้น เมานี่ก็เหมือนกัน เขาได้สร้างลำดับขั้น อาชีพ วิชา ต่างๆออกมาใหม่ได้น่าสนใจมากๆแล้วเขาก็หยิบยกมาใช้ได้ดี แถมแต่ละเรื่องเขายังเปลี่ยนแปลงรายละเอียดพวกนั้นออกไปต่างกันอีกด้วย (ไม่ราวกับจักรวาลกิมย้ง ที่มักจะใช้วิชา หรือเผ่าพันธุ์สำหรับเพื่อการเชื่อมต่อนิยายแต่ละเรื่องของเขา) ที่ผมเกริ่นมานานขนาดนี้ไม่ใช่อะไรหรอก ต้องการจะกล่าวว่าด้วยเนื้อหารายละเอียดที่เยอะแยะ ละครที่มาจากนิยายของเมานี่ส่วนมากเลยมักจะปูเนื้อเรื่องนาน อย่างสยบฟ้าฯนี่ 30 ตอนต้นราวกับเป็นการเสนอแนะสิ่งต่างๆในเรื่องผมก็แอบคิดว่ามันเฉื่อยๆนิดๆเหมือนกัน แต่ว่าใน 30 ภายหลังนี่หยุดไม่ได้เลย โดยเหตุนี้คนที่ไม่ใช่แฟนของเมานี่บางครั้งก็อาจจะจะต้องทนๆดูไปสักนิดนึงครับผมสยบฟ้าพิชิตปฐพี

“หนิงเชวีย” (พระเอกของพวกเรา) เป็นลูกกำพร้าคนรอดพ้นจากความตายเพียงแค่เดียวจากจวนแม่ทัพ “หลินกวงหย่วน” ที่ถูกยัดข้อกล่าวหากบฏให้ถูกประหารทั้งยังเชื้อสาย(แต่ว่าเหตุผลจริงๆเป็นจวนแม่ทัพถูกทำนายว่าจะมีลูกที่ “หมิงหวัง” หรือ “ดาวมรณะ” มาเกิดที่จวนนี้) จากภาพที่ทารุณไร้มนุษยธรรมที่เขาได้มองเห็นในวัยเด็กนั้น ทำให้หนิงเชวียตั้งปณิธานอย่างมั่นคงว่าจำเป็นที่จะต้องเอาคืนคนที่เป็นสาเหตุการฆ่าล้างจวนนี้ให้ได้ และเขาก็ใช้ชีวิตบนแนวความคิดนี้นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ระหว่างทางที่หนีตายออกมาจากเมืองหลวงประเทศถังนั่นเอง หนิงเชวียได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องจากกองศพที่ดูก็รู้ว่าถูกฆ่าตายล้างครอบครัว พร้อมร่มดำปริศนาคันหนึ่ง(มารู้ที่หลังว่าเป็นอาวุธระดับเทพ) เด็กน้อยคนนี้ชื่อ “ซังซัง” หนิงเชวียเก็บซังซังมาด้วยเพราะเหตุว่าเห็นว่ามีโชคชะตาเหมือนกับตนเองเลย ทั้งยัง 2 โตมาได้ยังไงไม่รู้จักแต่ว่าเวลาที่หนิงเชวียอายุได้ 10ปีปลายๆเขาก็ได้ร่วมกับกองทหารเพื่อหารายได้ และพาซังซังเข้าไปด้วยในฐานะสาวใช้ประจำตัว

Ever Night 1

สยบฟ้าพิชิตปฐพี

 

สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

เรื่องที่ต้องชม สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม มันส์ที่สุด

 

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

ในฐานะหนังร่วมจักรวาล Marvel จัดว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานขอรับ ดูสนุก แอคชั่นดี แม้กระนั้นหากดูในฐานะหนังธรรมดาเรื่องนึง ผมมองว่า FFH คือหนัง Coming Of Age ที่เล่าการเจริญเติบโตของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ได้เข้มข้นแล้วก็ขยี้อารมณ์ได้ดีในระดับนึงเลย เอาง่ายๆคือหนังมีอะไรที่น่าดึงดูดกว่าหนังที่ผ่านๆมาของ Marvel ขอรับ
เรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่อุตสาหะหนีจากหน้าที่รับผิดชอบของสไปเดอร์แมน ด้วยการเดินทางไปพักผ่อนที่ยุโรปกับเพื่อนฝูงๆที่สถานศึกษา แม้กระนั้นแล้วทริปพักผ่อนของเขาก็ถูกพรากไประหว่างทาง เมื่อ นิค ฟิวปรี่ ผู้มักจะทำลายช่วงเวลาดีๆของทุกคนด้วยแผนป้องกันโลกของเขาปรากฏตัวออกมาเพื่อจ้างสไปร์ดี้ไปไฝว้กับมอนสเตอร์จากนอกโลกที่บุกมารุกรานดินแดนยุโรป

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 1-1

หากคุณชอบภาคแรก หรือเป็นแฟนหนัง Marvel ขอบอกว่าเรื่องนี้ห้ามพลาดขอรับ เป็นหนังที่มีอะไรมากยิ่งกว่าแอคชั่นแน่นอน
แน่นอนขอรับว่าผมก็มิได้ปลื้มเปรมภาคแรกอะไรมากขนาดนั้น(คือก็ชอบอยู่ แม้กระนั้นพอเพียงมาดูซ้ำแล้วหลังจากนั้นก็มิได้สนุกเท่ารอบแรก) ภาคแรกมันก็สนุกแหละขอรับ เรื่องการเติบโตก็เล่าได้โอเค แม้กระนั้นในด้านแอคชั่น CG หรือในด้านบท ยังคงอยู่ในระดับปกติของ Marvel แต่ว่าภาคนี้ผมว่าหัวข้อหนังก็ยังถือประเด็นการเติบโตมาเล่าอยู่ แม้กระนั้นผมว่าภาคนี้หนังเล่าได้ดีแล้วก็เป็นจริงเป็นจังกว่าภาคแรกขอรับ ถึงแม้หนังจะมิได้หม่นหมองอีโมเท่า Endgame แม้กระนั้นผมก็ยังสัมผัสได้ถึงความขมักเขม้นของเส้นเรื่องแล้วก็บทหนังได้ จำต้องขอชื่นชมทีมเขียนบท Chris McKenna แล้วก็ Erik Sommers ทั้งยังผกก. Jon Watts ยังคุมหนังได้เก่งขอรับ หนังมีทิศทางที่น่าดึงดูดแล้วก็เล่าสมูธดี จัดว่าเก่งขอรับ
ผมว่าส่วนหนึ่งส่วนใดที่หนังดีเป็นเนื่องจากอิทธิพลของ Endgame ขอรับ ด้วยความที่ประเด็นนั้นมันทำเรา down มาก แล้ว FFH ก็ใช้หัวข้อของประเด็นนั้นมาประสมปนเปเล็กน้อย ทำให้มันส่งผลทางอารมณ์ของเราขอรับ ดูแล้วรู้สึกสงสารปีเตอร์ไม่น้อยเลย แม้กระนั้นดวงใจนึงก็ต้องการจะเดินเข้าไปในจอแล้วบอกปีเตอร์ว่าให้รู้จักโตได้แล้ว “เนื่องจากหากโทนี่มามองเห็น เขาน่าจะเศร้าใจมาก”

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 1-2

ในด้านความมันส์ความลุ้นภาคนี้จัดเต็มกว่าภาคที่แล้วขอรับ เนื่องจากภาคที่แล้วผมค่อนข้างจะผิดหวังกับแอคชั่นในช่วงท้าย แม้กระนั้นภาคนี้ผมดูแล้วรู้สึกได้เลยว่าปีเตอร์คงจะทุกข์ยากลำบาก แล้วก็ทุกฉากมันดูสนุกแล้วก็สดใหม่ดีขอรับ
ส่วนที่ผมชอบสูงที่สุดในภาคนี้คือผู้แสดงขอรับ มันมีความก้าวหน้าที่น่าดึงดูดตั้งแต่ต้นเรื่องเลย ผมว่าผมชอบปีเตอร์ภาคนี้มากยิ่งกว่าภาคที่แล้วนะ ผมว่าภาคนี้ปีเตอร์ดูมีทัศนคติที่โตขึ้น เนื่องจากเขาคงจะผ่านร้อนผ่านหนาวกับโทนี่มามากมาย พอเพียงไม่มีโทนี่แล้วเขาก็จำต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ สามารถตัดสินใจอะไรได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ใหญ่อีกแล้ว อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบกพร่องบ้างแม้กระนั้นผมว่าโทนี่คงจะยกโทษ เนื่องจากคนเรามีบกพร่องกันได้ขอรับ เราเพียงแค่จำต้องเรียนรู้แล้วก็สู้ถัดไป มิสเตอร์ริโอก็เท่ห์กว่าที่คาดไว้มากมาย ส่วนตัวละครอื่นๆก็ยังน่าดึงดูดอยู่ขอรับ เพียงแต่ว่าปีเตอร์จะเด่นกว่าผู้อื่นหน่อย สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 1-3

นักแสดงเล่นดีทุกคนขอรับ ดนตรีของ Michael Giacchino ก็ดีขอรับ CG ผมว่ายังคงเนียนตาเหมือนเดิม แม้กระนั้นผมว่าหากคนไหนกันแน่หวังว่ามันจะสนุกมากๆๆๆๆแบบภาคเก่าๆของ Raimi คงจำต้องทำความเข้าใจใหม่ครับ เพราะเหตุว่าภาคนี้เน้นย้ำผู้แสดง แอคชั่นรองลงมา แล้วก็แปะหน้าด้วยมุขตลก(ที่สวยมากๆ) แล้วก็หากคนไหนกันแน่ที่ชอบหนัง Coming Of Age เนี่ย ผมว่า FFH เป็นหนัง Coming Of Age ที่น่าดึงดูดอีกประเด็นนึงเลย แล้วก็หากคนไหนกันแน่เป็นแฟน Marvel ก้สามารถดูหนังได้สนุกขอรับ เนื่องจากผมว่ามันยังสนุกคุ้มกับค่าตั๋วอยู่ดี สำหรับผม ผมชอบมากขอรับ มิได้ชอบเพียงแค่แอคชั่น แม้กระนั้นชอบทั้งเรื่องราวแล้วก็ผู้แสดงทุกตัวเลย
คะแนนเฉลี่ยรวม : 9.5/10
เรตหนัง : หนังดีที่ควรจะดู

สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

Spider Man Far From Home

Thor 3

เสนอแนะ ศึกอวสานเทพเจ้า

หนังบอกเล่าเรื่องราวภายหลังที่ ธอร์ ( เฮมสเวิร์ธ ) ได้เสร็จภารกิจของกลุ่มอเวนเจอร์ เขาเริ่มตามหาหินอินฟินิตี้แล้วก็ได้รู้เรื่อง “คำทำนายแร็กทุ่งนาร็อก” ซึ่งทายว่าจะเกิดการรบที่ทำให้แอสการ์ดจะต้องพังฉิบหาย เขาก็เลยพากเพียรคุ้มครองป้องกันแอสการ์ดจากคำทำนาย แต่ก็เหมือนจะสูญเปล่าเมื่อพบกับความเป็นจริงที่โอดิน( ฮอปกิ้นส์ ) พ่อของเขาได้ปกปิดเอาไว้ เมื่อเฮล่า ( กางลนลานเชทท์ ) เทพเจ้าที่ความตายที่ถูกโอดินกักขังได้ถูกปล่อยออกมา เฮล่า ก็เลยกลับมายังแอสการ์ดเพื่อเอาคืนแล้วก็ครอบครองแอสการ์ด ธอร์ก็เลยจะต้องต่อสู้เพื่อคุ้มครองป้องกันแอสการ์ด ทว่า เฮล่ากลับจัดแจงธอร์ได้อย่างง่ายดาย แถมค้อนโยเนียร์ก็ถูกทำลาย แล้วก็ในระหว่างการต่อสู้นั้นเอง ธอร์ได้หลุดไปยังดาวซาคาร์แล้วก็ถูกจับไปเป็นนักสู้มึงลดดิเอเตอร์ ซึ่งทำให้ธอร์ได้พบกับฮัลค์ ( รัฟฟาโล ) แล้วก็จะต้องต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อหาทางกลับไปช่วยปล่อยแอสการ์ดจากเงื้อมมือของเฮล่า

Thor 3 : Ragnarok

แม้เค้าโครงเรื่องมองน่าจะเป็นหนังแนวแอคชั่นหนักๆแบบซีเรียส แต่แบบอย่างก็บอกแล้วว่าหัวข้อนี้มีฮาแน่ๆ หนังแปลงเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่มีความตลกเบาสมอง ใส่มุกเข้าไปแบบไม่ยั้งแทบจะทุกฉากทุกตอน แม้แต่ตัวโอดินพ่อของธอร์ที่มองขรึมๆขมักเขม้นๆก็ยังมีฉากฮากับเขาด้วยเลย แต่พอถึงฉากแอคชั่นก็มันสุดติ่ง ยิ่งได้เพลง Immigrant Song ของ Led Zeppelin มาประกอบกับตอนต่อสู้ของธอร์มันช่างลงตัวได้อย่างอัศจรรย์ รวมถึงเพลงประกอบในขณะที่ไปยังดาวซาคาร์ก็มีกลิ่นคล้ายๆกับเรื่อง Guardian of Galaxy อยู่เช่นเดียวกัน เมื่อความตลกตลกโปกฮารวมกับฉากแอคชั่นมันๆความสนุกสนานร่าเริงก็มีขึ้น รวมถึงฉากสถานที่ตามดาวเคราะห์ต่างๆสเปเชียลเอฟเฟกทำได้ดีเยี่ยมที่สุดมาตรฐานไม่ตกไปจากภาคก่อนๆหรือหนังค่ายเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่จะแปลกตาไปจากภาคก่อนๆคงจะเป็นในเรื่องของสีสันต่างๆโดยเฉพาะที่ดาวซาคาร์ซึ่งเป็นดาวที่สามารถพูดได้ว่ามีความแตกต่างเหมือนสังคมโลกในขณะนี้ที่คนรวยหรือชนชั้นสูงก็จะแต่งตัวดีๆสีสันฉูดฉาดมองกีฬาที่มีความร้ายแรง เป็นต้นว่า เอาคนมาฆ่ากัน ( ถ้าในโลกของเราก็คงเป็นพวกมวยสากล หรือ อเมริกันบอล ) เวลาที่ชนชั้นกรรมกรก็จะต้องอาศัยอยู่ตามกองขยะรอดักชิงทรัพย์เพื่อเอาชีวิตรอด เรียกได้ว่าดูๆไปก็สะท้อนถึงสังคมในขณะนี้
Thor 3 : Ragnarok1-1

สำหรับเฮมสเวิร์ธในบทบาทของธอร์ ภาคนี้มองดูว่าเขาจะมีความผ่อนคลายเป็นพิเศษต่างจากภาคก่อนๆ โดยธอร์จะเป็นคนเฮฮา ขี้เล่น ชอบแหย่คนอื่นไม่ค่อยมีความดราม่าให้มองเห็นมากเท่าไรนักแต่ธอร์ก็ยังคงมีความเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็มักจะทำตามอารมณ์เหมือนเดิม ส่วนในบทแอคชั่นเฮมสเวิร์ธก็ยังเล่นบทบู๊ได้อย่างเท่ห์มีสไตล์ นับได้ว่าเฮมสเวิร์ธทำได้ตามมาตรฐานของเค้าที่เคยได้ทำเอาไว้ ในส่วนของโลกิ ถ้าเราได้เคยมองในภาคก่อนๆจะรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนไม่ดีร้ายรอหักหลังทุกคนได้ตลอดเวลา แต่ในภาคนี้ฮิดเดิลสตันบางทีอาจจะไม่มีความชั่วช้าเท่าใดนัก แต่ในความหัวหมอเล่ห์กลยังมีเหมือนเดิม เสริมเติมคือความพลิ้ว เรียกได้ว่าที่เคยรังเกียจๆกัน บางทีอาจจะหลงใหลในความทะเล้นของเค้าก็เป็นไปได้ ในส่วนของกางลนลานเชทท์ในบทบาทของเฮล่า เทพเจ้าที่ความตาย จะต้องนับว่าเธอเล่นได้ดีสุดๆเหมาะสมกับบทนี้มากมายๆทั้งยังสีหน้าท่าทางแววตาอิริยาบถดูก่อนวกับแม่มดที่ชั่วช้าเหมือนกับในหนังเทพนิยายพี่น้องกริมม์ไม่มีไม่ถูก มองไปดูมานี่นึกว่าดีเจต้นหอม หรือ พลอยรุกข์มาลย์มาเล่นหัวข้อนี้ด้วย นานๆหนจะมองเห็นกางลนลานเชทท์มาเล่นหนังซูเปอร์ฮีโร่ อีกคนที่จะต้องขอเอ๋ยถึงก็คือในส่วนของ วัลคีปรี่สมัยก่อนนักรบชาวแอสการ์ดที่รับบทโดย เทสซ่า ทอมป์สัน หัวข้อนี้เธอเล่นได้เท่ห์มากมายๆเป็นสาวนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งเหมือนกับผู้ชายอกสามศอก แถมยังมองมีเสน่ห์เรียกได้ว่าเป็นสาวผิวสีที่ขึ้นกล้องถ่ายภาพสุดๆมองสวยสดใส แล้วก็โอดิน กษัตริย์ชราพ่อของธอร์ ที่ท่านเซอร์แอนโธนี่เล่น ที่แม้ว่าจะโผล่มาน้อยไม่มากเท่าไรนักแต่ก็ทำให้เรามองเห็นถึงออร่าของดาราผู้ยิ่งใหญ่ แล้วก็ความมีอำนาจในทุกๆฉากที่มึงโผล่มา เว้นฉากเฮฮาครับ ที่มึงเองก็เล่นได้สวยสามารถเรียกเสียงเฮมาได้เช่นเดียวกัน ส่วนฮัลค์ในภาคนี้ก็จะเหมือนเด็กน้อยงี่เง่าเอาแต่ใจในร่างยักษ์ตัวเขียว ที่ก็เรียกเสียงเฮได้เป็นพักๆเช่นเดียวกัน ไม่ถูกกับฮัลค์ที่เราเคยมองที่มีความกราดเกรี้ยวเป็นประจำ thor ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า

Thor 3 : Ragnarok1-2

สำหรับ Thor ภาคนี้ผมให้แต้ม 8.5 เต็ม 10 ครับผม หักตรงที่บางคราวพากเพียรใส่มุกเฮฮาเข้าไปมากเกิน บางมุกก็มีความรู้สึกฝืด บางมุกก็สามบาทห้าบาท ถึงแม้ว่าฉากนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ก็ได้ เอาตรงๆก็มุกที่จะขำสุดๆก็จะเป็นในมุกชนิดเจ็บตัว เป็นต้น รวมถึงการที่ตัวละครหลายๆตัวตายง่ายเกิ๊น อารมณ์ทำนองว่า อ่าว ตายแล้วหรอ ปัดโถ่ อุตส่าห์โผล่มาทั้งที (แต่ก็เข้าใจนะว่าเฮล่ามันเก่งจริงๆ) ถึงแม้ว่าบางตัวภาคก่อนๆโคตรเก่ง รวมถึงฉากซึ้งๆระหว่างบิดาลูก ที่ทำได้ดูเหมือนกับว่าอารมณ์ยังไม่สุดเท่าไหร่ อย่างไรก็ดีหนังหัวข้อนี้สนุกสนานครับผมไม่น่าเบื่อมองเพลินๆผู้ใดกันที่ชอบแนวเฮฮาเบาสมอง หรือ แอคชั่นที่ถ่ายทำได้มันแล้วก็งดงามแบบแฟนตาซี ต้องห้ามพลาด ยิ่งถ้าแฟนหนังมาร์เวลส์ยิ่งจะต้องมอง

ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า

Thor

คุณหมอฟ้าประทาน

ชี้แนะซี่รี่ย์ยอดนิยม Good doctor 1

good doctor season 1 ภายหลังจากถูกแม่ละทิ้งและก็สูญเสียพี่ชายจากอุบัติเหตุ ชีอนไปอาศัยอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาดำเนินงานเป็นหมอฝึกหัดที่โรงหมอซองวอน และก็ได้เจอกับหมอรุ่นพี่ ชายุนซอ ซึ่งเป็นคนที่เขาตกหลุมรัก ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองในโรงหมอและก็ความอยากได้ของผู้ป่วย ชีอนดำเนินงานอย่างหนัก และก็สุดท้ายก็กลายเป็นศัลยแพทย์เด็กที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

Good doctor 1

แพทย์อัจฉริยะ คุณหมอฟ้าประทาน